โรงแรมที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม (Green Hotel)

1. ความเป็นมา

ภาคอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวถือเป็นปัจจัยสำคัญในการกระตุ้นเศรษฐกิจและสร้างรายได้เข้าประเทศที่ทุกประเทศทั่วโลกผลักดันและส่งเสริม ประเทศไทยก็เช่นเดียวกัน ภาคการท่องเที่ยวเป็นกลไกหนึ่งในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ โดยรัฐบาลมีการส่งเสริม สนับสนุนผ่านหน่วยงานต่างๆ ทั้งภาครัฐและเอกชน ให้พัฒนาการบริการต่างๆ ให้มีมาตรฐาน รวมไปถึงการประชาสัมพันธ์เพื่อสร้างการรับรู้ ความตระหนัก และการมีส่วนร่วมของนักท่องเที่ยว และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียอื่นในภาคการท่องเที่ยว ประกอบกับเทรนด์การท่องเที่ยวยั่งยืน หรือการท่องเที่ยวที่คำนึงถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม เศรษฐกิจ และสังคม ในปัจจุบันและอนาคตรวมถึงการตอบสนองต่อความต้องการของนักท่องเที่ยวอุตสาหกรรม สิ่งแวดล้อมและชุมชนท้องถิ่น เพื่อสร้างสมดุลที่เหมาะสมในรูปแบบการท่องเที่ยวในปัจจุบัน

มาตรฐานโรงแรมที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม (Green Hotel) เป็นอีกหนึ่งโครงการที่ภาครัฐให้การส่งเสริมการมีส่วนร่วมในการบริการที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม มีการจัดการด้านสิ่งแวดล้อมและพลังงานที่มีประสิทธิภาพ ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในสถานประกอบการประเภทโรงแรม เพื่อยกระดับมาตรฐานการบริการและขยายเครือข่ายสถานประกอบการที่ให้บริการที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม สนับสนุนการท่องเที่ยวที่ยั่งยืน ลดความเสี่ยงและผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ   

บริษัท เอเบิล คอนซัลแตนท์ จำกัด เป็นผู้ดำเนินงานโครงการโรงแรมที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม (Green Hotel) ให้กับกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม ตั้งแต่ปี 2566 และได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นหน่วยงานรับดำเนินงานตรวจประเมินรับรองมาตรฐาน Green Hotel มีประสบการณ์และความเชี่ยวชาญในการดำเนินโครงการ พร้อมให้คำปรึกษาแนะนำสถานประกอบการประเภทโรงแรมและที่พัก ในการเข้าร่วมขอการรับรองมาตรฐาน Green Hotel เพื่อยกระดับการบริการให้เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม รองรับนักท่องเที่ยว สร้างภาพลักษณ์ที่ดี มุ่งสู่ความยั่งยืน

2. วัตถุประสงค์

 2.1 เพื่อส่งเสริมการมีส่วนร่วมในการบริการที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมในสถานประกอบการประเภทโรงแรม

2.2 เพื่อส่งเสริมการจัดการด้านสิ่งแวดล้อมและพลังงานที่มีประสิทธิภาพในสถานประกอบการ ประเภทโรงแรม

2.3 เพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในสถานประกอบการประเภทโรงแรม

3. กลุ่มเป้าหมาย

โรงแรมหรือสถานประกอบการประเภทโรงแรมและที่พักทั่วประเทศ ได้แก่

3.1 มีใบอนุญาตประกอบธุรกิจโรงแรมตามพระราชบัญญัติโรงแรมที่ยังคงมีใบอนุญาตหรืออยู่ระหว่างยื่นคำขอต่ออายุต่อนายทะเบียนแล้ว

3.2 ไม่อยู่ระหว่างการถูกกล่าวโทษหรือถูกตรวจสอบเรื่องร้องเรียนด้านสิ่งแวดล้อมจากท้องถิ่นที่สถานประกอบการโรงแรมนั้นตั้งอยู่

4. สิทธิประโยชน์สำหรับโรงแรมที่เข้าร่วมการประเมินและผ่านเกณฑ์รับรอง

4.1 ได้รับประกาศนียบัตรจาก กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม แสดงระดับมาตรฐานการ บริการที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมประเภทโรงแรม อายุการรับรองเป็นเวลา 3 ปี

4.3 ประชาสัมพันธ์เพื่อส่งเสริมการตลาดด้านท่องเที่ยวทั้งในประเทศและต่างประเทศผ่านช่องทางประชาสัมพันธ์ของ ททท. เพื่อให้นักท่องเที่ยวที่รักษ์สิ่งแวดล้อมเลือกที่พักโรงแรมที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

4.5 ลดต้นทุนจากการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าและมีประสิทธิภาพตามแนวปฏิบัติที่ดี มีภาพลักษณ์ที่ดีในการร่วมอนุรักษ์และรักษาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

4.6 ยกระดับมาตรฐานการบริการให้เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้นและเตรียมความพร้อมสู่การประเมินมาตรฐานสิ่งแวดล้อมระดับสากล

5. ข้อกำหนดในการเข้าร่วมโครงการ

5.1 มีใบอนุญาตประกอบธุรกิจโรงแรมตามพระราชบัญญัติโรงแรมที่ยังคงมีใบอนุญาตหรืออยู่ระหว่างยื่นคำขอต่ออายุต่อนายทะเบียนแล้ว

5.2 ไม่อยู่ระหว่างการถูกกล่าวโทษหรือถูกตรวจสอบเรื่องร้องเรียนด้านสิ่งแวดล้อมจากท้องถิ่นที่สถานประกอบการโรงแรมนั้นตั้งอยู่

6 .เกณฑ์โรงแรมที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม (Green Hotel)

เกณฑ์โรงแรมที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม มีทั้งหมด 7 หมวด 18 ประเด็น/หลักเกณฑ์ 46 ตัวชี้วัด เป็นการส่งเสริมการจัดการสิ่งแวดล้อมที่ดีของสถานประกอบการที่พักกลุ่มโรงแรม เพื่อส่งเสริมศักยภาพสถานประกอบการให้เกิดการใช้ทรัพยากรพลังงานอย่างคุ้มค่า และมีประสิทธิภาพ เป็นการยกระดับมาตรฐานการบริการ สามารถพัฒนาและขับเคลื่อนสู่วิถีการทองเที่ยวตามแนวทาง Happy Model สร้างการ “อยู่ดี” คือ การได้เข้าพักในที่พักที่ได้มาตรฐาน สะอาด มีสิ่งแวดล้อมที่ดี พร้อมทั้งมีกิจกรรมส่งเสริมสุขภาพ สอดคล้องตามแนวทางของ BCG Economy Model ดังรายละเอียดต่อไปนี้

หมวดที่ 1 นโยบายด้านการบริการที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม หมายถึง หลักการหรือวิธีปฏิบัติที่สถานประกอบการใช้เป็นแนวทางในการดำเนินงานด้านการบริการที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เช่น การจัดซื้อจัดจ้างที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม การจัดการสิ่งแวดล้อม การอนุรักษ์พลังงาน การมีส่วนร่วมกับท้องถิ่นและชุมชน เป็นต้น โดยผู้บริหารและพนักงานร่วมดำเนินการให้บรรลุวัตถุประสงค์และเป้าหมายที่กำหนดไว้ ประกอบด้วย 2 ประเด็น และ 5 ตัวชี้วัด

หมวดที่ 2 การพัฒนาบุคลากร หมายถึง วิธีการหรือกระบวนการ หรือกิจกรรมต่าง ๆ ที่ด าเนินการเพื่อเพิ่มพูนให้บุคลากรในสถานประกอบการ เกิดความรู้ ความสามารถ และทักษะในการท างานด้านการบริการที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เช่น การจัดซื้อจัดจ้างที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม การจัดการสิ่งแวดล้อม การอนุรักษ์พลังงาน การมีส่วนร่วมกับท้องถิ่นและชุมชน เป็นต้น เพื่อเสริมสร้างเจตคติที่ดีในการปฏิบัติงานและให้มีการด าเนินงานบรรลุเป้าหมายที่วางไว้อย่างมีประสิทธิภาพประกอบด้วย 2 ประเด็น และ 4 ตัวชี้วัด

หมวดที่ 3 การรณรงค์ประชาสัมพันธ์ หมายถึง การสื่อสารข้อมูลและข่าวสารด้านการบริการที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เช่น การจัดซื้อจัดจ้างที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม การจัดการสิ่งแวดล้อม การอนุรักษ์พลังงาน การมีส่วนร่วมกับท้องถิ่นและชุมชน เป็นต้น ไปสู่กลุ่มเป้าหมาย (ผู้บริหาร พนักงาน และผู้ใช้บริการ) เพื่อเสริมสร้างความเข้าใจอันดี ความร่วมมือและสนับสนุนจากกลุ่มเป้าหมาย และเพื่อเสริมสร้างภาพลักษณ์ที่ดีของสถานประกอบการ ประกอบด้วย 2 ประเด็น และ 4 ตัวชี้วัด

หมวดที่ 4 การจัดซื้อจัดจ้างที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม หมายถึง การจัดซื้อหรือจัดจ้างผลิตภัณฑ์หรือบริการ ซึ่งคำนึงถึงความเหมาะสมด้านคุณภาพ ราคา ระยะทาง การส่งมอบสินค้าหรือบริการตามที่กำหนด และการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม โดยพิจารณาตลอดทั้งวัฏจักรชีวิตของผลิตภัณฑ์การจัดซื้อจัดจ้างสีเขียวประกอบด้วย 2 ประเด็น และ 3 ตัวชี้วัด

หมวดที่ 5 การจัดการสิ่งแวดล้อมและพลังงาน หมายถึง การดำเนินงานใด ๆ ที่สามารถใช้ทรัพยากรได้แบบยั่งยืนหรือมีการกำจัดของเสียและมลพิษให้หมดไป หรือเสื่อมสภาพไป หรือไม่ส่งผลกระทบต่อสภาพแวดล้อมโดยรอบ เช่น การลดการใช้น้ำ การอนุรักษ์พลังงาน การจัดการพื้นที่สีเขียว การบำบัดน้ำเสีย การลดและกำจัดขยะ การป้องกันมลภาวะทางอากาศและเสียง อาชีวอนามัยและความปลอดภัย ประกอบด้วย 7 ประเด็น และ 24 ตัวชี้วัด

หมวดที่ 6 การมีส่วนร่วมกับท้องถิ่นและชุมชน หมายถึง การมีส่วนร่วมของสถานประกอบการกับท้องถิ่นและชุมชนในพื้นที่ที่สถานประกอบการตั้งอยู่ ทั้งการร่วมรับรู้ ร่วมคิด ร่วมดำเนินการ ในกิจกรรมด้านการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เช่น การอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติ การรักษาสิ่งแวดล้อม และการสร้างคุณค่าด้านประวัติศาสตร์ท้องถิ่น หรือศิลปวัฒนธรรม หรือเอกลักษณ์ของท้องถิ่น เป็นต้นประกอบด้วย 1 ประเด็น และ 4 ตัวชี้วัด

หมวดที่ 7 การประเมินประสิทธิภาพเพื่อการปรับปรุง (เฉพาะสำหรับสถานประกอบการที่ได้รับการประเมินระดับ G-Gold และต้องการต่ออายุการรับรอง) การสำรวจความพึงพอใจและการประเมินการระบายก๊าซคาร์บอนไดออกไซค์เทียบเท่า เพื่อนำข้อมูลดังกล่าวไปปรับปรุงการดำเนินงาน ประกอบด้วย 2 ประเด็น และ 2 ตัวชี้วัด

7. ระดับมาตรฐานในการรับรอง

ระดับดีเยี่ยม (Gold Class) ได้คะแนนร้อยละ 80 ขึ้นไป

ระดับดีมาก (Silver Class) ได้คะแนนร้อยละ 70-79

ระดับดี (Bronae Class) ได้คะแนนร้อยละ 60-69

8. ติดต่อสอบถาม

โทรศัพท์.0 2184 2728 – 32

E mail : ableinfo@able.co.th

เว็บไซต์ www.able.co.th

ขั้นตอนการดำเนินงาน GREEN HOTEL
และ GREEN HOTEL PLUS

สมัครเข้าร่วมโครงการ

สมัครสมาชิกผ่านเว็บไซต์กรมา นํา User และ Password กรอกข้อมูลสถานประกอบการ สมัครเข้าร่วมโครงการ แนบหลักฐานเบื้องต้น ตามเกณฑ์ การประเมิน

จัดอบรมให้ความรู้ ตามเกณฑ์การประเมิน

โดยวิทยากรที่เป็นผู้มีความรู้ ความเชี่ยวชาญในด้านที่เกี่ยวข้อง ไม่น้อยกว่า 3 ชั่วโมง ในรูปแบบ Online หรือ Onsite อย่างน้อย 1 ครั้งต่อแห่ง

Coaching ให้คำแนะนำ หรือให้ข้อคิดเห็น

ให้คำแนะนำหรือให้ข้อคิดเห็น ในการดำเนินงานตามเกณฑ์ อย่างน้อย 1 ครั้งต่อแห่ง ในรูปแบบ Online หรือ Onsite

Follow-Up ติดตามความก้าวหน้า

เพื่อนำไปสู่การปรับปรุงและ เตรียมพร้อมรับการตรวจประเมิน อย่างน้อย 2 ครั้ง/แห่ง ในรูปแบบ Online หรือ Onsite

ดำเนินการตรวจประเมิน รับรอง G-Green

จัดหาคณะกรรมการเพื่อตรวจ ประเมิน G-Green อย่างน้อย 3 คนต่อแห่ง ระยะเวลา 1-2 วัน

โรงแรมที่ผ่านเกณฑ์ การตรวจประเมิน

จะได้รับการรับรองมาตราฐาน พร้อมได้รับใบรับรอง (Certification) จากกรมฯ

สมัครเข้าร่วมโครงการ

https://scpallgreen.dcce.go.th/

การขอรับการสนับสนุนค่าใช้จ่ายดำเนินการจาก สสว.

SME (Small and Medium Enterprises)

SME หรือวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม คือ กิจการหรือธุรกิจที่มีขนาดเล็กและ ขนาดกลาง ดำเนินการโดยบุคคลหรือกลุ่มบุคคล มีการจ้างงานและใช้เงินทุนไม่มากเมื่อเทียบกับธุรกิจขนาดใหญ่ แต่มีบทบาทสำคัญต่อเศรษฐกิจของประเทศ เพราะช่วยสร้างงาน สร้างรายได้ และกระจายโอกาสทางเศรษฐกิจไปยังท้องถิ่น

สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) ดำเนินโครงการ “SME ปัง ตั้งได้คืน” ผ่านระบบ BDS (Business Development Service) เพื่อช่วยเหลือและสนับสนุนผู้ประกอบการ SME ให้เข้าถึงบริการด้านการพัฒนาธุรกิจในรูปแบบใหม่ โดย ผู้ประกอบการ SME สามารถยื่นข้อเสนอเพื่อขอรับบริการ ที่ลงทะเบียนในระบบออนไลน์ https://bds.sme.go.th ผู้ประกอบการสามารถเบิกค่าใช้จ่ายที่ สสว. สนับสนุนในรูปแบบ ร่วมจ่าย (Co-payment) 50-80% ของค่าใช้จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 200,000 บาท ต่อราย

คุณสมบัติผู้ประกอบการ SME ที่สามารถขอรับความช่วยเหลือ อุดหนุน

  • เป็น SME ตามที่กำหนดไว้ในกฎกระทรวงที่ออกตาม พรบ. ส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม พ.ศ. 2543 และที่แก้ไขเพิ่มเติมและเป็นกลุ่มสาขาตามที่ สสว. กำหนดได้ขึ้นทะเบียนไว้กับ สสว.
  • กรณีบุคคลธรรมดาต้องมีสัญชาติไทย/กรณีนิติบุคคล ต้องมีจำนวนหุ้นส่วนของบุคคลสัญชาติไทยถืออยู่เกินกว่า ร้อยละ 50 ของหุ้นที่จำหน่ายแล้วทั้งหมด
  • ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย หรือถูกศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์
  • ไม่มีประกอบกิจการที่ขัดต่อกฎหมายหรือศีลธรรมอันดี
  • ไม่อยู่ระหว่างถูกเพิกถอนหรือตัดสิทธิการขอรับความช่วยเหลือการส่งเสริมสนับสนุนจากเงินกองทุน
  • ยื่นชำระภาษีตามกฎหมาย และต้องแนบสำเนารายการแสดงยื่นภาษีประจำปีและเอกสารตามแต่ละสถานะของ วิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ปีภาษีล่าสุด
  • มีคุณสมบัติ หรือไม่มีลักษณะต้องห้ามอื่นตามที่ สสว. กำหนด

โครงการส่งเสริมผู้ประกอบการผ่านระบบ BDS (Business Development Service)

1. ผู้ประกอบการ SME ต้องเป็นสมาชิก SME ONE ID

ลงทะเบียนเป็นสมาชิก SME ONE ID ได้ที่ http://bizportal.go.th/

2. ยืนยันตัวตนและรอฟังผล

SME ยืนยันตัวตนบนระบบ BDS และรอฟังผล แนบเอกสารผ่านระบบให้ครบถ้วน เช่น หนังสือรับรองบริษัท / ทะเบียนพาณิชย์หรือวิสาหกิจ ชุมชน / สำเนาเอกสารการเสียภาษี (ภ.ง.ด.50, ภ.ง.ด.90) ปีล่าสุด/สำเนาบัตรประชาชน

3. เลือกบริการ ยื่นข้อเสนอการพัฒนา รออนุมัติและทำสัญญา

  • เลือกบริการที่สนใจ ขอใบเสนอราคากับผู้ให้บริการผ่านระบบ
  • จัดทำข้อเสนอการพัฒฯตามขั้นตอนผ่านระบบ BDS และรอ สสว. อนุมัติ
  • ทำสัญญากับ สสว. ผ่านระบบ BDS หรือลงนามในสัญญาด้วยตนเอง ณ ศูนย์ OSS สสว. ทั่วประเทศ

4. รับบริการและชำระค่าใช้จ่าย

เมื่อรับบริการ SME จะต้องชำระค่าบริการให้แก่ผู้ให้บริการทางธุรกิจ เมื่อรับบริการเสร็จแล้ว ทำเอกสารประกอบการเบิกจ่ายร่วมกับผู้ให้บริการ ทางธุรกิจและแนบเอกสารผ่านระบบ BDS

5. ตังได้คืน

เมื่อ สสว. ได้รับและตรวจสอบเอกสารแล้วจะโอนเงินอุดหนุนตามสัดส่วนที่กำหนด ในสัญญาให้ SME

  • Micro SME ร้อยละ 80 วงเงินไม่เกิน 50,000 บาท
  • Small SME ร้อยละ 80 วงเงินไม่เกิน 100,000 บาท
  • Medium SME ร้อยละ 80 วงเงินไม่เกิน 200,000 บาท