Green Hotel Plus

1. ความเป็นมา

กระแสการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนได้รับความสนใจอย่างมากในกลุ่มนักท่องเที่ยวที่ใสใจสิ่งแวดล้อม นักเดินทางรุ่นใหม่ และลูกค้าองค์กรที่มีนโยบายด้าน ESG (Environmental, Social and Governance) ซึ่งมักเลือกใช้บริการจากโรงแรมและที่พักที่มีมาตรฐานด้านความยั่งยืนหรือได้รับการรับรองด้านสิ่งแวดล้อม หลายประเทศรวมถึงประเทศไทยได้ส่งเสริม สนับสนุนให้มีการพัฒนาแนวทางการท่องเที่ยวที่ลดการใช้ทรัพยากร ลดการใช้พลังงาน และส่งเสริมเศรษฐกิจ สู่การพัฒนาที่ยั่งยืนและมุ่งสู่เป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน ส่งผลให้ภาคการท่องเที่ยว ธุรกิจการท่องเที่ยวและโรงแรมต้องปรับตัวให้สอดคล้องกับแนวโน้มดังกล่าว โดยนำแนวคิดการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (Sustainable Tourism) มาเป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินงาน

มาตรฐาน Green Hotel Plus เป็นมาตรฐานที่ได้รับการพัฒนามาจากมาตรฐานโรงแรมที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม Green Hotel ผ่านการรับรองมาตรฐานจากสภาการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนโลก (Global Sustainable Tourism Council) ในปี 2567 และเป็นครั้งแรกที่เกณฑ์มาตรฐานโรงแรมที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมของประเทศไทยได้รับรองในระดับ GSTC Recognized ซึ่งจะช่วยพัฒนาการบริการของโรงแรมให้มิตรกับสิ่งแวดล้อมเทียบเท่ามาตรฐานระดับสากลและที่ยอมรับของนักท่องเที่ยวที่สนใจในการรักษาสภาพแวดล้อมจากการท่องเที่ยว อีกทั้งยังได้สนับสนุนการพัฒนาองค์ความรู้ต่างๆ นำไปปฎิบัติสู่ความอย่างยั่งยืน รองรับการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศหรือปัญหาโลกร้อนที่ทั่วโลกให้ความสำคัญ

บริษัท เอเบิล คอนซัลแตนท์ จำกัด เป็นหน่วยงานรับดำเนินงานตรวจประเมินรับรองมาตรฐาน Green Hotel Plus มีประสบการณ์ในการดำเนินการยกระดับโรงแรมที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม (Green Hotel) สู่มาตรฐานสากล ในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต ชลบุรี และกรุงเทพมหานคร จำนวนไม่น้อยกว่า 20 แห่ง พร้อมให้คำปรึกษาแนะนำสถานประกอบการประเภทโรงแรมและที่พัก ในการเข้าร่วมขอการรับรองมาตรฐาน Green Hotel Plus สร้างภาพลักษณ์ที่ดีและสนับสนุนการยกระดับการดำเนินงานสู่มาตรฐานสากลเพื่อรองรับนักท่องเที่ยวที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม กระตุ้นการขยายตัวทางเศรษฐกิจจากธุรกิจโรงแรมที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

2. วัตถุประสงค์

2.1 เพื่อพัฒนาผู้ประกอบการด้านที่พักเพื่อการท่องเที่ยวเข้าสู่มาตรฐานการท่องเที่ยวระดับสากลอย่างยั่งยืนผ่านการตรวจประเมินยกระดับโรงแรมที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมสู่มาตรฐานสากล (Green Hotel Plus)

2.2 เพื่อส่งเสริมและพัฒนาผู้ประกอบการภาคบริการท่องเที่ยวให้มีความรู้และสามารถปรับตัวให้สอดคล้องกับแนวโน้มของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและบริการที่มุ่งสู่เป้าหมายสังคมคาร์บอนต่ำและการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน

2.3 เพื่อสถานประกอบการประเภทโรงแรม ประเภทที่พัก ให้มีการยกระดับการบริหารจัดการทรัพยากรและพลังงานอย่างเต็มประสิทธิภาพ มีระบบการจัดการสิ่งแวดล้อมระดับก้าวหน้าตามแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน และมุ่งเน้นการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอย่างเป็นรูปธรรม

3. กลุ่มเป้าหมาย

โรงแรมทั่วประเทศ ได้แก่

3.1 มีใบอนุญาตประกอบธุรกิจโรงแรมตามพระราชบัญญัติโรงแรมที่ยังคงมีใบอนุญาตหรืออยู่ระหว่างยื่นคำขอต่ออายุต่อนายทะเบียนแล้ว

3.2 ไม่อยู่ระหว่างการถูกกล่าวโทษหรือถูกตรวจสอบเรื่องร้องเรียนด้านสิ่งแวดล้อมจากท้องถิ่นที่สถานประกอบการโรงแรมนั้นตั้งอยู่

4. สิทธิประโยชน์สำหรับโรงแรมที่เข้าร่วมการประเมินและผ่านเกณฑ์รับรอง

4.1 ได้รับประกาศนียบัตรจาก กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม แสดงระดับมาตรฐานการ บริการที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมประเภทโรงแรม อายุการรับรองเป็นเวลา 3 ปี

4.2 ประชาสัมพันธ์เพื่อส่งเสริมการตลาดด้านท่องเที่ยวทั้งในประเทศและต่างประเทศผ่านช่องทางประชาสัมพันธ์ของ ททท. เพื่อให้นักท่องเที่ยวที่รักษ์สิ่งแวดล้อมเลือกที่พักโรงแรมที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

4.3 การสนับสนุนเชิงธุรกิจและการตลาดจากสถาบันการเงินภายใต้ธนาคารแห่งประเทศไทยให้

กับสถานประกอบการโรงแรม ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม (Green Hotel) และร้านอาหารที่

เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม (Green Restaurant) เช่น สินเชื่อเพื่อการเปลี่ยนผ่านสู่้ธุรกิจ

คาร์บอนต่ำ และสิทธิพิเศษสำ หรับผู้ถือบัตรเครดิตและเดบิตที่ใช้จ่ายในสินค้าและบริการที่

เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

4.4 ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่เป็นส่วนหนึ่งในการลดภาวะโลกร้อน

4.5 ลดต้นทุนจากการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าและมีประสิทธิภาพตามแนวปฏิบัติที่ดี มีภาพลักษณ์ที่ดีในการร่วมอนุรักษ์และรักษาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

5. เกณฑ์โรงแรมที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม (Green Hotel Plus)

หลักเกณฑ์โรงแรมที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืนฉบับนี้ อ้างอิงข้อมูลตามหลักเกณฑ์ “การท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนโลก” และ “โรงแรมที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมของประเทศไทย” โดยมีวัตถุประสงค์ของการจัดทำเพื่อสนับสนุนแนวทางการพัฒนาการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน และสามารถยกระดับโรงแรมที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมสู่การปฏิบัติที่ดีเทียบเท่ามาตรฐานสากล รองรับนักท่องเที่ยวที่มีศักยภาพซึ่งให้ความสำคัญกับการใช้บริการโรงแรมที่มีการดำเนินและมีบทบาทด้านการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืน รวมทั้งการคำนึงถึงผลกระทบต่อสังคมส่วนรวมจากการประกอบกิจการโรงแรม เป็นการสร้างภาคีความร่วมมือกับภาคเอกชนและหน่วยงานระหว่างประเทศในการขับเคลื่อนการดำเนินงาน รวมทั้งกระตุ้นการขยายตัวทางเศรษฐกิจจากธุรกิจโรงแรมที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

หลักเกณฑ์โรงแรมที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืนประกอบด้วย 7 หมวด ได้แก่

หมวดที่ 1 นโยบายธรรมาภิบาลและการดำเนินงานที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน มุ่งเน้นให้องค์กรมีระบบการจัดการความยั่งยืนในระยะยาว ด้วยหลักการหรือวิธีปฏิบัติที่สถานประกอบการสามารถนำไปใช้เป็นแนวทางในการดำเนินงานที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน ระบบการจัดการความยั่งยืนควรมีความเหมาะสมกับขนาดและสอดคล้องกับขอบเขตขององค์กร ระบบการจัดการความยั่งยืนนั้นต้องคำนึงถึงประเด็นด้านสิ่งแวดล้อม สังคม วัฒนธรรม เศรษฐกิจ คุณภาพชีวิต สิทธิมนุษยชน สุขภาพ การจัดการความปลอดภัย ความเสี่ยงและวิกฤตการณ์ และดำเนินงานโดยมี ธรรมาภิบาล ซึ่งประกอบด้วย 4 ประเด็น 20 ตัวชี้วัด

หมวดที่ 2 การบริหารจัดการทรัพยากรบุคคลอย่างยั่งยืน มุ่งเน้นให้องค์กรจัดทำวิธีการ กระบวนการ ในการสรรหาบุคลากร การสร้างแรงจูงใจและการจัดสรรผลตอบแทนอย่างเป็นธรรม รวมทั้งการพัฒนากิจกรรมต่าง ๆ เพื่อเพิ่มพูนให้บุคลากรในสถานประกอบการเกิดความรู้ ความสามารถ และทักษะในการทำงานด้านการดำเนินงานที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมได้อย่างยั่งยืน ซึ่งประกอบด้วย 4 ประเด็น 16 ตัวชี้วัด

หมวดที่ 3 การประชาสัมพันธ์และการสื่อสารองค์กร มุ่งเน้นให้องค์กรสื่อสารข้อมูล และข่าวสารด้านการดำเนินงานที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน แก่ผู้บริหาร พนักงาน ผู้ใช้บริการ ตลอดจนชุมชนท้องถิ่น เพื่อเสริมสร้างความเข้าใจอันดีของบุคลากรในองค์กร ตลอดจนการสร้างความร่วมมือระหว่างองค์กรและท้องถิ่นในระยะยาวอย่างยั่งยืน ซึ่งประกอบด้วย 4 ประเด็น 10 ตัวชี้วัด

หมวดที่ 4 การสนับสนุนผู้ประกอบการท้องถิ่นและจัดซื้อจัดจ้างที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม มุ่งเน้นให้องค์กรสนับสนุนโครงการริเริ่มพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานในท้องถิ่นและชุมชนทางสังคมอย่างจริงจัง ผ่านการจ้างงานคนในท้องถิ่น การเลือกซื้อสินค้าและบริการจากผู้จัดจำหน่ายในท้องถิ่น และมีความเป็นธรรม การสนับสนุนผู้ประกอบการท้องถิ่นในการพัฒนาและการขายผลิตภัณฑ์และบริการอย่างยั่งยืน ซึ่งประกอบด้วย 3 ประเด็น 10 ตัวชี้วัด

หมวดที่ 5 การจัดการพลังงานและสิ่งแวดล้อม และการอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพ มุ่งเน้นให้องค์กรสนับสนุน ดำเนินการ และมีส่วนร่วมกับท้องถิ่นในการอนุรักษ์แหล่งทรัพยากร ลดมลพิษ และอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพ ระบบนิเวศ และภูมิทัศน์ ตลอดจนการสร้างโอกาสและสภาพแวดล้อมของการทำงานที่ดี โดยไม่ก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อการให้บริการขั้นพื้นฐาน เช่น อาหาร น้ำ พลังงาน การรักษาพยาบาล สุขอนามัย หรือผลกระทบต่อสภาพแวดล้อมโดยรอบ ตลอดจนการดำเนินวิถีชีวิตเดิมของท้องถิ่น ซึ่งประกอบด้วย 14 ประเด็น 60 ตัวชี้วัด

หมวดที่ 6 การมีส่วนร่วมกับท้องถิ่นและชุมชน และการจัดการมรดกทางประเพณีและวัฒนธรรมของท้องถิ่น มุ่งเน้นให้องค์กรดำเนินงานตามแนวทางปฏิบัติที่ดีทั้งในระดับชาติและระดับนานาชาติ และแนวทางที่ได้ตกลงกับคนในท้องถิ่น ในเรื่องของการจัดการและการส่งเสริมการท่องเที่ยวในชุมชน และสถานที่ที่มีความเปราะบางในเชิงประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม เพื่อที่จะเพิ่มผลประโยชน์และลดผลกระทบเชิงลบต่อท้องถิ่น รวมถึงการมีส่วนร่วมในการปกป้อง อนุรักษ์ และให้ความสำคัญและหลอมรวมองค์ประกอบที่แท้จริงของประเพณีและวัฒนธรรมแบบดั้งเดิมและร่วมสมัยของท้องถิ่น เข้ากับการดำเนินงานของโรงแรม ซึ่งประกอบด้วย 9 ประเด็น 27 ตัวชี้วัด

หมวดที่ 7 การออกแบบอาคารและการจัดการภูมิทัศน์อย่างยั่งยืน มุ่งเน้นให้องค์กรการวางแผน การวางทำเลที่ตั้ง การออกแบบ การก่อสร้าง การซ่อมแซมปรับปรุง การดำเนินกิจการ และการรื้อทำลาย เป็นไปตามข้อกำหนดของผังเมืองหรือแผนการใช้ที่ดิน และข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง คำนึงถึงขีดความสามารถในการรองรับ และความกลมกลืนกันกับสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติและวัฒนธรรมของพื้นที่ ซึ่งประกอบด้วย 1 ประเด็น 13 ตัวชี้วัด

6. ติดต่อสอบถาม

โทรศัพท์.0 2184 2728 – 32

E mail : ableinfo@able.co.th

เว็บไซต์ www.able.co.th

ขั้นตอนการดำเนินงาน GREEN HOTEL
และ GREEN HOTEL PLUS

สมัครเข้าร่วมโครงการ

สมัครสมาชิกผ่านเว็บไซต์กรมา นํา User และ Password กรอกข้อมูลสถานประกอบการ สมัครเข้าร่วมโครงการ แนบหลักฐานเบื้องต้น ตามเกณฑ์ การประเมิน

จัดอบรมให้ความรู้ ตามเกณฑ์การประเมิน

โดยวิทยากรที่เป็นผู้มีความรู้ ความเชี่ยวชาญในด้านที่เกี่ยวข้อง ไม่น้อยกว่า 3 ชั่วโมง ในรูปแบบ Online หรือ Onsite อย่างน้อย 1 ครั้งต่อแห่ง

Coaching ให้คำแนะนำ หรือให้ข้อคิดเห็น

ให้คำแนะนำหรือให้ข้อคิดเห็น ในการดำเนินงานตามเกณฑ์ อย่างน้อย 1 ครั้งต่อแห่ง ในรูปแบบ Online หรือ Onsite

Follow-Up ติดตามความก้าวหน้า

เพื่อนำไปสู่การปรับปรุงและ เตรียมพร้อมรับการตรวจประเมิน อย่างน้อย 2 ครั้ง/แห่ง ในรูปแบบ Online หรือ Onsite

ดำเนินการตรวจประเมิน รับรอง G-Green

จัดหาคณะกรรมการเพื่อตรวจ ประเมิน G-Green อย่างน้อย 3 คนต่อแห่ง ระยะเวลา 1-2 วัน

โรงแรมที่ผ่านเกณฑ์ การตรวจประเมิน

จะได้รับการรับรองมาตราฐาน พร้อมได้รับใบรับรอง (Certification) จากกรมฯ

สมัครเข้าร่วมโครงการ

https://scpallgreen.dcce.go.th/

การขอรับการสนับสนุนค่าใช้จ่ายดำเนินการจาก สสว.

SME (Small and Medium Enterprises)

SME หรือวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม คือ กิจการหรือธุรกิจที่มีขนาดเล็กและ ขนาดกลาง ดำเนินการโดยบุคคลหรือกลุ่มบุคคล มีการจ้างงานและใช้เงินทุนไม่มากเมื่อเทียบกับธุรกิจขนาดใหญ่ แต่มีบทบาทสำคัญต่อเศรษฐกิจของประเทศ เพราะช่วยสร้างงาน สร้างรายได้ และกระจายโอกาสทางเศรษฐกิจไปยังท้องถิ่น

สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) ดำเนินโครงการ “SME ปัง ตั้งได้คืน” ผ่านระบบ BDS (Business Development Service) เพื่อช่วยเหลือและสนับสนุนผู้ประกอบการ SME ให้เข้าถึงบริการด้านการพัฒนาธุรกิจในรูปแบบใหม่ โดย ผู้ประกอบการ SME สามารถยื่นข้อเสนอเพื่อขอรับบริการ ที่ลงทะเบียนในระบบออนไลน์ https://bds.sme.go.th ผู้ประกอบการสามารถเบิกค่าใช้จ่ายที่ สสว. สนับสนุนในรูปแบบ ร่วมจ่าย (Co-payment) 50-80% ของค่าใช้จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 200,000 บาท ต่อราย

คุณสมบัติผู้ประกอบการ SME ที่สามารถขอรับความช่วยเหลือ อุดหนุน

  • เป็น SME ตามที่กำหนดไว้ในกฎกระทรวงที่ออกตาม พรบ. ส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม พ.ศ. 2543 และที่แก้ไขเพิ่มเติมและเป็นกลุ่มสาขาตามที่ สสว. กำหนดได้ขึ้นทะเบียนไว้กับ สสว.
  • กรณีบุคคลธรรมดาต้องมีสัญชาติไทย/กรณีนิติบุคคล ต้องมีจำนวนหุ้นส่วนของบุคคลสัญชาติไทยถืออยู่เกินกว่า ร้อยละ 50 ของหุ้นที่จำหน่ายแล้วทั้งหมด
  • ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย หรือถูกศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์
  • ไม่มีประกอบกิจการที่ขัดต่อกฎหมายหรือศีลธรรมอันดี
  • ไม่อยู่ระหว่างถูกเพิกถอนหรือตัดสิทธิการขอรับความช่วยเหลือการส่งเสริมสนับสนุนจากเงินกองทุน
  • ยื่นชำระภาษีตามกฎหมาย และต้องแนบสำเนารายการแสดงยื่นภาษีประจำปีและเอกสารตามแต่ละสถานะของ วิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ปีภาษีล่าสุด
  • มีคุณสมบัติ หรือไม่มีลักษณะต้องห้ามอื่นตามที่ สสว. กำหนด

โครงการส่งเสริมผู้ประกอบการผ่านระบบ BDS (Business Development Service)

1. ผู้ประกอบการ SME ต้องเป็นสมาชิก SME ONE ID

ลงทะเบียนเป็นสมาชิก SME ONE ID ได้ที่ http://bizportal.go.th/

2. ยืนยันตัวตนและรอฟังผล

SME ยืนยันตัวตนบนระบบ BDS และรอฟังผล แนบเอกสารผ่านระบบให้ครบถ้วน เช่น หนังสือรับรองบริษัท / ทะเบียนพาณิชย์หรือวิสาหกิจ ชุมชน / สำเนาเอกสารการเสียภาษี (ภ.ง.ด.50, ภ.ง.ด.90) ปีล่าสุด/สำเนาบัตรประชาชน

3. เลือกบริการ ยื่นข้อเสนอการพัฒนา รออนุมัติและทำสัญญา

  • เลือกบริการที่สนใจ ขอใบเสนอราคากับผู้ให้บริการผ่านระบบ
  • จัดทำข้อเสนอการพัฒฯตามขั้นตอนผ่านระบบ BDS และรอ สสว. อนุมัติ
  • ทำสัญญากับ สสว. ผ่านระบบ BDS หรือลงนามในสัญญาด้วยตนเอง ณ ศูนย์ OSS สสว. ทั่วประเทศ

4. รับบริการและชำระค่าใช้จ่าย

เมื่อรับบริการ SME จะต้องชำระค่าบริการให้แก่ผู้ให้บริการทางธุรกิจ เมื่อรับบริการเสร็จแล้ว ทำเอกสารประกอบการเบิกจ่ายร่วมกับผู้ให้บริการ ทางธุรกิจและแนบเอกสารผ่านระบบ BDS

5. ตังได้คืน

เมื่อ สสว. ได้รับและตรวจสอบเอกสารแล้วจะโอนเงินอุดหนุนตามสัดส่วนที่กำหนด ในสัญญาให้ SME

  • Micro SME ร้อยละ 80 วงเงินไม่เกิน 50,000 บาท
  • Small SME ร้อยละ 80 วงเงินไม่เกิน 100,000 บาท
  • Medium SME ร้อยละ 80 วงเงินไม่เกิน 200,000 บาท